<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Rice Article</title>
	<atom:link href="http://www.toumi.com/links/index.php?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.toumi.com/links</link>
	<description>Just another links thai rice best article</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Apr 2012 02:55:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ระบบปลูกข้าว ทางรอดจากเพลี้ยกระโดด</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=701</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=701#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Apr 2012 02:55:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานข้าวไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=701</guid>
		<description><![CDATA[ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับภาวะ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ระบาดทำลายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภัยพิบัติต่างก็เป็นอุปสรรคต่อการปลูกข้าวของชาวนาไทย ซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวนาผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อเรื่องนี้โดยตรง  ซึ่งในเรื่องนี้ นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว บอกว่ากรมการข้าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวตัวร้ายอย่างเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมาโดยตลอด เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดรุนแรงและแพร่ขยายพื้นที่ไปเรื่อย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาเท่านั้น ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารด้วย …
แม้ว่ากระทรวงเกษตรฯ จะ รณรงค์ส่งเสริมให้ชาวนาเข้าสู่ระบบปลูกข้าว อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และมีการพักดินเพื่อตัดวงจรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างยั่งยืน แต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากชาวนามีสิ่งจูงใจในการปลูกข้าวให้ได้มากที่สุดเพื่อเข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ประกอบกับปลายปีที่ผ่านมา นาข้าวจำนวนมากถูกน้ำท่วมเสียหาย ชาวนาจึงต้องเร่งปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตมาทดแทนข้าวที่สูญเสียไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงยืนยันว่าระบบปลูกข้าวคือทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ตลอดจนปัญหาภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งได้ด้วย
จากการที่ท่านอธิบดีฯ ได้ไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระดับโลกที่ประจำอยู่ที่ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ IRRI พวกเขายืนยันว่าวิธีการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้สัมฤทธิ์ผลมีองค์ประกอบหลักอยู่ไม่กี่ประการ คือ การจัดระบบปลูกข้าว โดยรอบของการปลูกข้าวนั้นควรจัดให้พื้นที่ละแวกเดียวกัน 2-3 หมื่นไร่ ปลูกข้าวพร้อมกันและเก็บเกี่ยวพร้อมกัน เนื่องจากถ้าแปลงหนึ่งปลูกและเก็บเกี่ยวข้าว ในขณะที่อีกแปลงใกล้เคียงกันยังไม่เก็บเกี่ยว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะย้ายแปลง ทำให้ปัญหาลุกลามขยายพื้นที่ไปเรื่อยไม่สิ้นสุด
นอกจากนี้ ควรจะปลูกข้าวแค่เพียงปีละ 2 หน แล้วพักดินหรือปลูกพืชตระกูลถั่วคั่น เป็นการตัดวงจรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างดี ทั้งนี้กรมการข้าวได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน ในการกำหนดยุทธศาสตร์จัดระบบปลูกข้าวในพื้นที่โครงการชลประทานจำนวน 16 [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=685' rel='bookmark' title='Permanent Link: รับจำนำข้าว เจอน้ำท่วม อ่วมอรทัย'>รับจำนำข้าว เจอน้ำท่วม อ่วมอรทัย</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=571' rel='bookmark' title='Permanent Link: พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา'>พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับภาวะ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ระบาดทำลายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภัยพิบัติต่างก็เป็นอุปสรรคต่อการปลูกข้าวของชาวนาไทย ซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวนาผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อเรื่องนี้โดยตรง  ซึ่งในเรื่องนี้ นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว บอกว่ากรมการข้าว<span id="more-701"></span> รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวตัวร้ายอย่างเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมาโดยตลอด เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดรุนแรงและแพร่ขยายพื้นที่ไปเรื่อย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาเท่านั้น ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารด้วย …</p>
<p>แม้ว่ากระทรวงเกษตรฯ จะ รณรงค์ส่งเสริมให้ชาวนาเข้าสู่ระบบปลูกข้าว อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และมีการพักดินเพื่อตัดวงจรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างยั่งยืน แต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากชาวนามีสิ่งจูงใจในการปลูกข้าวให้ได้มากที่สุดเพื่อเข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ประกอบกับปลายปีที่ผ่านมา นาข้าวจำนวนมากถูกน้ำท่วมเสียหาย ชาวนาจึงต้องเร่งปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตมาทดแทนข้าวที่สูญเสียไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงยืนยันว่าระบบปลูกข้าวคือทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ตลอดจนปัญหาภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งได้ด้วย</p>
<p>จากการที่ท่านอธิบดีฯ ได้ไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระดับโลกที่ประจำอยู่ที่ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ IRRI พวกเขายืนยันว่าวิธีการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้สัมฤทธิ์ผลมีองค์ประกอบหลักอยู่ไม่กี่ประการ คือ การจัดระบบปลูกข้าว โดยรอบของการปลูกข้าวนั้นควรจัดให้พื้นที่ละแวกเดียวกัน 2-3 หมื่นไร่ ปลูกข้าวพร้อมกันและเก็บเกี่ยวพร้อมกัน เนื่องจากถ้าแปลงหนึ่งปลูกและเก็บเกี่ยวข้าว ในขณะที่อีกแปลงใกล้เคียงกันยังไม่เก็บเกี่ยว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะย้ายแปลง ทำให้ปัญหาลุกลามขยายพื้นที่ไปเรื่อยไม่สิ้นสุด</p>
<p>นอกจากนี้ ควรจะปลูกข้าวแค่เพียงปีละ 2 หน แล้วพักดินหรือปลูกพืชตระกูลถั่วคั่น เป็นการตัดวงจรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างดี ทั้งนี้กรมการข้าวได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน ในการกำหนดยุทธศาสตร์จัดระบบปลูกข้าวในพื้นที่โครงการชลประทานจำนวน 16 โครงการ โดยส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวรอบเดียวกันในพื้นที่นับแสนไร่ที่มีระบบส่งน้ำ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรรายอื่น</p>
<p>อีกปัจจัยหนึ่งคือเรื่องของพันธุ์ข้าว โดยเฉพาะการปลูกข้าวพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมากรมฯ พยายามส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวพันธุ์รับรอง แต่ต้องยอมรับว่าด้วยสภาวะที่มีแรงจูงใจในการที่รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของชาวนาทำให้การเพิ่มผลผลิตให้ได้มากที่สุดเป็นสิ่งที่ชาวนาให้ความสำคัญ มากกว่าการคำนึงถึงพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ จึงส่งผลให้สถานการณ์เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้</p>
<p>การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลุกลามมากขึ้น โดยสารเคมีที่กรมการข้าว ไม่แนะนำให้ใช้ในนาข้าวมีอยู่ 37 ชนิด เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แต่กลับไปทำลายศัตรูธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศในแปลงนา เมื่อศัตรูธรรมชาติ อย่างเช่น มวนเขียวดูดไข่ถูกกำจัดไป นอกจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะไม่ถูกกำจัดไปด้วยวิธีธรรมชาติแต่กลับเจริญเติบโตดีขึ้นด้วย ชาวนาก็จะต้องใช้สารเคมีเพิ่มขึ้นไปอีก ดังจะเห็นได้จากต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่ของชาวนากว่า 35% อยู่ที่สารเคมีและปุ๋ยเคมีเป็นหลัก นอกจากนี้ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มากเกินไป ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพิ่มปริมาณ และทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 300 บาทต่อไร่</p>
<p>“ชาวนา” ต้องปรับตัวและนำหลักวิชาการ เทคโนโลยี นโยบาย ตลอดจนมาตรการของภาครัฐไปปฏิบัติ เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ…ท่านอธิบดีฝากบอกมาอย่างนี้ แต่คงต้องรอคำตอบจากชาวนาทั้งหลายว่า จะทำตามคำแนะนำของภาครัฐหรือไม่.</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=685' rel='bookmark' title='Permanent Link: รับจำนำข้าว เจอน้ำท่วม อ่วมอรทัย'>รับจำนำข้าว เจอน้ำท่วม อ่วมอรทัย</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=571' rel='bookmark' title='Permanent Link: พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา'>พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=701</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พม่า โค่นแชมป์ ข้าวหอมมะลิ จากไทย</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=699</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=699#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 01:46:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวข้าวหอมมะลิ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพข้าวไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=699</guid>
		<description><![CDATA[ครองสุดยอดข้าว ที่อร่อยที่สุดในโลก หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัลรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากการประกวดสุดยอดข้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานการประชุมข้าวโลก ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-21 ต.ค.54 ที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม โดยในปีนี้ คณะกรรมการได้จากข้าวกว่า 30 สายพันธุ์ที่ส่งเข้าประชันงานประกวดข้าว โดยเกณฑ์การตัดสินข้าวจะพิจารณาจากรสชาติ สี และคุณภาพของตัวข้าวเป็นสำคัญ การประกวดที่เริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน ภายใต้การสนับสนุนของไรซ์ เทรดเดอร์ส องค์การที่ปรึกษาข้าวระดับโลก โดยข้าวหอมมะลิของไทยได้ครองตำแหน่งสุดยอดข้าวไปครองติดต่อกันใน 2 ปีแรก ขณะที่ในปีนี้โดยตัดสินให้ข้าว &#8220;Pearl Paw San&#8221; จากประเทศพม่า ได้ตำแหน่งชนะเลิศไปครอง
นายไมเคิล ครอส พ่อครัวจากสถาบันด้านศิลปะการทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ จากเมืองซาเครเมนโต สหรัฐฯ กล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินข้าวหลากหลายสายพันธุ์ โดยพิจารณาถึงคุณสมบัติของตัวข้าวเป็นหลัก โดยไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้านนายเจเรมี สวิงเกอร์ ประธานสมาคมไรซ์ เทรดเดอร์ เปิดเผยว่า ผู้ผลิตข่าวทั่วโลกมักมีข้อถกเถียงกันมานานว่า ใครเป็นเจ้าของสายพันธุ์ข้าวที่มีรสชาติดีที่สุด และในบางชาติ นั่นอาจถือเป็นความภูมิใจของชาติ อีกทั้งข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ต่างก็มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร โดยข้าวสายพันธุ์ที่พลาดแชมป์ไปอย่างฉิวเฉียดในปีนี้คือข้าวพันธุ์ Venere [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=695' rel='bookmark' title='Permanent Link: ประเทศไทยไม่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว'>ประเทศไทยไม่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=673' rel='bookmark' title='Permanent Link: กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ'>กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครองสุดยอดข้าว ที่อร่อยที่สุดในโลก หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัลรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากการประกวดสุดยอดข้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในงานการประชุมข้าวโลก ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-21 ต.ค.54 ที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม โดยในปีนี้ คณะกรรมการได้จากข้าวกว่า 30 สายพันธุ์ที่ส่งเข้าประชันงานประกวดข้าว โดยเกณฑ์การตัดสินข้าวจะพิจารณาจากรสชาติ<span id="more-699"></span> สี และคุณภาพของตัวข้าวเป็นสำคัญ การประกวดที่เริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน ภายใต้การสนับสนุนของไรซ์ เทรดเดอร์ส องค์การที่ปรึกษาข้าวระดับโลก โดยข้าวหอมมะลิของไทยได้ครองตำแหน่งสุดยอดข้าวไปครองติดต่อกันใน 2 ปีแรก ขณะที่ในปีนี้โดยตัดสินให้ข้าว &#8220;Pearl Paw San&#8221; จากประเทศพม่า ได้ตำแหน่งชนะเลิศไปครอง</p>
<p>นายไมเคิล ครอส พ่อครัวจากสถาบันด้านศิลปะการทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ จากเมืองซาเครเมนโต สหรัฐฯ กล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินข้าวหลากหลายสายพันธุ์ โดยพิจารณาถึงคุณสมบัติของตัวข้าวเป็นหลัก โดยไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง</p>
<p>ด้านนายเจเรมี สวิงเกอร์ ประธานสมาคมไรซ์ เทรดเดอร์ เปิดเผยว่า ผู้ผลิตข่าวทั่วโลกมักมีข้อถกเถียงกันมานานว่า ใครเป็นเจ้าของสายพันธุ์ข้าวที่มีรสชาติดีที่สุด และในบางชาติ นั่นอาจถือเป็นความภูมิใจของชาติ อีกทั้งข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ต่างก็มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร โดยข้าวสายพันธุ์ที่พลาดแชมป์ไปอย่างฉิวเฉียดในปีนี้คือข้าวพันธุ์ Venere ซึ่งเป็นข้าวเม็ดสีดำที่ปลูกในอิตาลี และข้าวหอมมะลิจากไทย</p>
<p>นายอดัม แทนเนอร์ หัวหน้าพ่อครัวจากโรงแรมเชอราตัน ไซง่อน และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมการตัดสินรสชาติข้าวที่มีสายพันธุ์ที่หลากหลายและมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามแต่ละสายพันธุ์ ทำให้การตัดสินข้าวแตกต่างจากการชิมเครื่องดื่ม อย่างชา หรือไวน์ แต่โชคดีว่าทางงานประกวดมีเกณฑ์ในการตัดสินเป็นแนวทางให้คณะกรรมการ</p>
<p>ทั้งนี้ หนึ่งในเกณฑ์ที่สำคัญก็คือกลิ่นหอมเฉพาะของข้าวแต่ละสายพันธุ์ โดยข้าวพันธุ์ใดที่ยังคงรักษากลิ่นหอมเฉพาะนั้นๆ ไว้ได้หลังจากที่ผ่านการหุงให้สุกแล้ว ก็จะได้รับคะแนนอย่างท่วมท้นจากคณะกรรมการนอกเหนือไปจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ต้องบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ เมล็ดเต็มสมบูรณ์ และไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ</p>
<p>ด้านสมาคมอุตสาหกรรมข้าวพม่าเปิดเผยว่า ข้าวสายพันธุ์ Pearl Paw San ซึ่งชนะในการประกวดครั้งนี้ เป็นข้าวที่มีลักษณะเม็ดกลมหนา โดยมีความยาวประมาณ 5-5.5 มม. และเมล็ดข้าวจะมีขนาดยาวมากขึ้นกว่าเดิม 3-4 เท่าตัวเมื่อผ่านการหุงเรียบร้อยแล้ว และยังสามารถรักษากลิ่นหอมเฉพาะไว้ได้</p>
<p>ครอสและแทนเนอร์ เห็นว่า การที่ข้าวสามารถขยายขนาดได้เมื่อผ่านการหุง ความแน่นของตัวข้าวเมื่อเคี้ยวและผิวสัมผัสที่ดี ล้วนส่งให้ข้าวPearl Paw San ของพม่าเฉือนเอาชนะข้าวหอมมะลิของไทย และข้าวสีดำสายพันธุ์ Venere ของอิตาลีได้อย่างฉิวเฉียด</p>
<p>ที่มา site_www:matichon.co.th</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=695' rel='bookmark' title='Permanent Link: ประเทศไทยไม่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว'>ประเทศไทยไม่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=673' rel='bookmark' title='Permanent Link: กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ'>กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=699</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตข้าวในพื้นที่ชลประทาน</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=697</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=697#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jan 2012 02:33:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลผลิตข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกข้าวไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=697</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดประมาณ 70 ล้านไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 31.65 ล้านตันข้าวเปลือก หรือมีผลผลิตเฉลี่ยแค่ 459 กิโลกรัมต่อไร่ ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ล่าสุดเกี่ยวกับผลผลิตข้าวของประเทศผู้ปลูกข้าว 22 ประเทศทั่วโลกระบุว่า ประเทศที่มีผลผลิตข้าวต่อไร่สูงสุดคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลผลิตเฉลี่ย 1,270.59 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาอันดับ 2 คือประเทศเกาหลีใต้ ผลผลิตเฉลี่ย 1,216 กิโลกรัมต่อไร่
ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เวียดนามผลผลิตข้าวเฉลี่ย 836.45 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 5 ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 799.76 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 6  พม่า 653.63 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 9 ลาว 576.43 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 11 ฟิลิปปินส์ 574.22 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับที่ 12 ประเทศไทย 459.17กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับที่ [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=558' rel='bookmark' title='Permanent Link: ส่งออกข้าว​ไทย​ไปต่างประ​เทศ ปรับเพิ่มขึ้น'>ส่งออกข้าว​ไทย​ไปต่างประ​เทศ ปรับเพิ่มขึ้น</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=571' rel='bookmark' title='Permanent Link: พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา'>พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=566' rel='bookmark' title='Permanent Link: โลกกำลังเผชิญวิกฤติข้าวรอบใหม่'>โลกกำลังเผชิญวิกฤติข้าวรอบใหม่</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดประมาณ 70 ล้านไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 31.65 ล้านตันข้าวเปลือก หรือมีผลผลิตเฉลี่ยแค่ 459 กิโลกรัมต่อไร่ ข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ล่าสุดเกี่ยวกับผลผลิตข้าวของประเทศผู้ปลูกข้าว 22 ประเทศทั่วโลกระบุว่า ประเทศที่มีผลผลิตข้าวต่อไร่สูงสุดคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา<span id="more-697"></span> ผลผลิตเฉลี่ย 1,270.59 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาอันดับ 2 คือประเทศเกาหลีใต้ ผลผลิตเฉลี่ย 1,216 กิโลกรัมต่อไร่</p>
<p>ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เวียดนามผลผลิตข้าวเฉลี่ย 836.45 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 5 ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 799.76 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 6  พม่า 653.63 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 9 ลาว 576.43 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับ 11 ฟิลิปปินส์ 574.22 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับที่ 12 ประเทศไทย 459.17กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับที่ 17 ดีกว่ากัมพูชา ที่มีผลผลิตเฉลี่ย 453.73 กิโลกรัมต่อไร่ อยู่ในอันดับที่ 18 โดยผลผลิตข้าวเฉลี่ยทั่วโลกจะอยู่ที่ 677 กิโลกรัมต่อไร่ หากมองถึงอนาคต ถ้าเราสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ได้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความยิ่งใหญ่ด้านข้าว และมีความมั่งคั่งด้านอาหารอย่างมาก เพราะในปัจจุบัน แม้ผลผลิตจะอยู่ในอันดับที่ 17 แต่ปริมาณการส่งออกข้าวกลับเป็นอันดับ 1 ของโลก</p>
<p>ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเพิ่มผลผลิตข้าวก็คือ “น้ำ” ดังนั้นการขยายพื้นที่ชลประทานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน จากข้อมูลการสำรวจผลผลิตข้าวต่อไร่ของประเทศไทยเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมาพบว่า ข้าวนาปีในพื้นที่นอกเขตชลประทานมีผลผลิตเฉลี่ยเพียง 364 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนในเขตชลประทานให้ผลผลิต 542 กิโลกรัมต่อไร่  ส่วนข้าวนาปรังซึ่งจะทำในเฉพาะพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศให้ผลผลิตเฉลี่ยถึง 702 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทานภาคกลางผลผลิตข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 เฉลี่ยต่อไร่สูงถึง 785 กิโลกรัมสูงกว่าค่าเฉลี่ยผลผลิตข้าวทั่วโลกยิ่งกว่านั้น ถ้าหากเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานการปลูกข้าวโดยเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสม ตามที่กระทรวงเกษตรฯแนะนำแล้ว ผลผลิตข้าวจะสูงมาก เช่น เกษตรกรในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สามารถทำนาให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยถึง 1,000 กิโลกรัมต่อไร่  เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ทำนาให้ผลผลิตข้าวประมาณ 900–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ แม้แต่ในพื้นที่ชลประทานในภาคเหนือ ข้าวหอมมะลิ 105 ยังให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 700 กิโลกรัมต่อไร่  ส่วนข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 หรือ ข้าวปทุมธานี 1 ให้ผลผลิตเกิน 1,000 กิโลกรัมต่อไร่</p>
<p>ล่าสุดเพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้เร่งทบทวนโครงการจัดทำแผนพัฒนาการชลประทานระดับลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้ง 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ เพื่อขยายพื้นที่ชลประทานให้ได้ 60 ล้านไร่ โดยพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติมตามศักยภาพอีก 26,603 ล้านลูกบาศก์เมตรและกรมชลประทานสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก เมื่อโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีการก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหม่ เพื่อขยายพื้นที่ชลประทานอีก 44,000 ไร่ อันจะทำให้ผลผลิตข้าวต่อไร่ในเขตพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ความหวังที่ผลผลิตข้าวต่อไร่ของไทยจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกย่อมมีความเป็นไปได้หากการดำเนินการในโครงการเหล่านี้บรรลุผล</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=558' rel='bookmark' title='Permanent Link: ส่งออกข้าว​ไทย​ไปต่างประ​เทศ ปรับเพิ่มขึ้น'>ส่งออกข้าว​ไทย​ไปต่างประ​เทศ ปรับเพิ่มขึ้น</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=571' rel='bookmark' title='Permanent Link: พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา'>พม่าเตรียมส่งออกข้าวหลังเวียดนามมีปัญหา</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=566' rel='bookmark' title='Permanent Link: โลกกำลังเผชิญวิกฤติข้าวรอบใหม่'>โลกกำลังเผชิญวิกฤติข้าวรอบใหม่</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=697</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยไม่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=695</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=695#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Dec 2011 09:28:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานข้าวไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=695</guid>
		<description><![CDATA[การเกิดอุทกภัยของประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นที่ยอมรับกันว่าอาจจะมีผลต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่การเพาะปลูกที่เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำท่วมแล้ว การสูญเสียเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ดี ซึ่งมีผลต่อผลผลิตและตรงตามความต้องการของตลาด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจากนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์มีความห่วงใยพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบอุทกภัย ที่อาจต้องประสบกับปัญหาด้านการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ข้าวพันธุ์ดีไว้สำหรับการเพาะปลูกหลังน้ำลด เนื่องจากหาซื้อยากและอาจมีราคาสูง จึงได้เตรียมมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองพันธุ์ดีให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบอุทกภัย
โดยสนับสนุนให้สหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง รวบรวมเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้จำหน่ายให้กับสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเพาะปลูกในช่วงต้นปี 2555
เบื้องต้นได้สำรวจปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2554– มกราคม 2555 คาดว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ข้าว  ก่อนตรวจสอบคุณภาพจำนวน 12,595.02 ตัน จากสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ใน 30 จังหวัด และมีเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองจำนวน 420 ตัน จากพื้นที่แหล่งผลิต 2 จังหวัด เมื่อเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวได้เก็บเกี่ยวแล้ว จะมีระยะเวลาในการพักตัวและต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงสภาพในโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และตรวจสอบคุณภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน  ตามหลักวิชาการ โดยคาดว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพพร้อมกระจายสู่สมาชิกสหกรณ์จำนวน 11,062.76 ตัน สำหรับใช้เพาะปลูกในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำลดและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สหกรณ์ผลิตมีทั้งสิ้น 14 พันธุ์ ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สหกรณ์ผลิตได้มากที่สุด ได้แก่ พันธุ์หอมมะลิ 105 [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=668' rel='bookmark' title='Permanent Link: พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร'>พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การเกิดอุทกภัยของประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นที่ยอมรับกันว่าอาจจะมีผลต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่การเพาะปลูกที่เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำท่วมแล้ว การสูญเสียเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ดี ซึ่งมีผลต่อผลผลิตและตรงตามความต้องการของตลาด<span id="more-695"></span></p>
<p>เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจากนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์มีความห่วงใยพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบอุทกภัย ที่อาจต้องประสบกับปัญหาด้านการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ข้าวพันธุ์ดีไว้สำหรับการเพาะปลูกหลังน้ำลด เนื่องจากหาซื้อยากและอาจมีราคาสูง จึงได้เตรียมมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองพันธุ์ดีให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่ประสบอุทกภัย</p>
<p>โดยสนับสนุนให้สหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลือง รวบรวมเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้จำหน่ายให้กับสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเพาะปลูกในช่วงต้นปี 2555</p>
<p>เบื้องต้นได้สำรวจปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2554– มกราคม 2555 คาดว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ข้าว  ก่อนตรวจสอบคุณภาพจำนวน 12,595.02 ตัน จากสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ใน 30 จังหวัด และมีเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองจำนวน 420 ตัน จากพื้นที่แหล่งผลิต 2 จังหวัด เมื่อเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวได้เก็บเกี่ยวแล้ว จะมีระยะเวลาในการพักตัวและต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงสภาพในโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และตรวจสอบคุณภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน  ตามหลักวิชาการ โดยคาดว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพพร้อมกระจายสู่สมาชิกสหกรณ์จำนวน 11,062.76 ตัน สำหรับใช้เพาะปลูกในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำลดและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ</p>
<p>สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สหกรณ์ผลิตมีทั้งสิ้น 14 พันธุ์ ซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สหกรณ์ผลิตได้มากที่สุด ได้แก่ พันธุ์หอมมะลิ 105 แหล่งผลิตเป็นสหกรณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครราชสีมา และสุรินทร์ รองลงมาได้แก่พันธุ์ กข 6 ผลิตโดยสหกรณ์ในจังหวัดอุดรธานี สกลนคร ชัยภูมิ แพร่ และพะเยา และพันธุ์ กข 41 ผลิตโดยสหกรณ์ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เป็นต้น</p>
<p>ส่วนเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง เป็นพันธุ์เชียงใหม่ 60 พื้นที่แหล่งผลิตในจังหวัดเชียงใหม่และน่าน ทั้งนี้ ยังได้เตรียมแนวทางในการจัดตลาดนัดเมล็ดพันธุ์สหกรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองของสหกรณ์ให้เกษตรกรได้รับทราบด้วย</p>
<p>ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่และกำหนดช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งคาดว่าการสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองจากสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเรื่องการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้เพาะปลูกภายหลังน้ำลด และช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ก็นับว่ายังเป็นโชคและโอกาสที่ดีของเกษตรกรไทยที่จะไม่ขาดแคลน เมล็ดพันธุ์พืชเพื่อการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป ที่สำคัญเมื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เกิด  จากโครงการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ที่อยู่  ในขบวนการผลิตอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และอยู่ในสายตาการติดตามและตรวจสอบดูแลจากนักวิชาการด้านการ  เกษตรอย่างใกล้ชิด ก็ย่อมที่จะอุ่นใจเพิ่มมากขึ้นว่า เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับมานั้นจะไม่มีการปลอมปน และเป็นพันธุ์แท้ที่ตรงตามความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง</p>
<p>ที่มา dailynews.co.th</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=668' rel='bookmark' title='Permanent Link: พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร'>พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=695</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Pure Gluten Free Rice</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=693</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=693#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Nov 2011 06:20:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[gluten free rice]]></category>
		<category><![CDATA[Glutinous Rice]]></category>
		<category><![CDATA[rice thai]]></category>
		<category><![CDATA[thai organic rice]]></category>
		<category><![CDATA[thai rice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=693</guid>
		<description><![CDATA[Rice, in its pure form, is gluten free rice. The problem you can run into with rice is the way it’s cooked, or rather what it’s cooked in. Many restaurants use chicken stock to cook their rice. Some chicken stocks contain gluten, so any rice cooked in such stocks is not gluten-free. Always ask about [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=417' rel='bookmark' title='Permanent Link: Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag'>Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=691' rel='bookmark' title='Permanent Link: ป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวอินทรีย์'>ป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวอินทรีย์</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=607' rel='bookmark' title='Permanent Link: Export Thai Pathumthani Fragrant Rice'>Export Thai Pathumthani Fragrant Rice</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Rice, in its pure form, is gluten free rice. The problem you can run into with rice is the way it’s cooked, or rather what it’s cooked in. Many restaurants use chicken stock to cook their rice. Some chicken stocks contain gluten, so any rice cooked in such stocks is not gluten-free. Always ask about how rice is cooked when dining out, unless you are ordering rice off a gluten-free menu.<span id="more-693"></span></p>
<p>You can run into rice cooked in gluten containing stocks when dining out more times than can count. Since always ask about rice before ordering, and never unknowingly ordered any that contain gluten.</p>
<p>Another way to find gluten in rice in restaurants is in sauce that is added to it. Some times it is possible to order safe, plain rice with no sauce and some times it’s not. It depends on whether the rice comes in a bag already in the sauce or if sauce is made in house and added to plain rice. Even when the latter happens, all the rice and sauce might be mixed up before each shift, so there is still no way to order plain gluten-free rice. It is quite annoying not to be able to have something as simple as rice when dining out, but it’s often a problem. Never assume anything is gluten-free when dining out.</p>
<p>Several rice products available at the grocery store contain gluten. At last check, every Rice-A-Roni product contained wheat. Don’t ask me why – the amount of products that companies add wheat to is mind boggling. Lundberg Farms makes many wonderful gluten-free rice meals. Our house favorite is Creamy Parmesan Risotto. Tasty Bites makes several rice products that are gluten-free. They even make microwavable rice pouches that are ready in only 90 seconds. Both Lundberg and Tasty Bites gluten-free products are marked as such. Most of the Publix rice products are gluten-free, but are not marked as such. Many Uncle Ben’s rice products are gluten-free, but they were not labeled that way the last time I checked them at the store. As always, if the products are not marked gluten-free, label reading is required.  </p>
<p>Other brands that make some gluten-free rice products include (but are not limited to) Mahatma, Minute Rice, Thai Kitchen, Rice Select and Ortega. Most of the gluten-free products from these lines are not labeled gluten-free so you have to read the labels to make sure you get a gluten-free product. When gluten is used in a rice product, it is generally in the form of wheat, which is legally required to be listed on the label. Therefore, hidden gluten is usually not a problem in rice products. There are a couple of items that list malt in the ingredients. The malt in these items is almost always barley malt, which should be avoided.  </p>
<p>Labels on rice are some of the easiest to read and understand, in terms of what is and is not gluten-free. Rice pastas and rice noodles are also generally gluten-free and the ingredients in those are usually rice, rice bran and water. Again, the labels for these are typically very easy to read and understand. Enjoy your rice, rice meals and rice pasta. Luckily, these days there are plenty of safe options to choose from!</p>
<p>Source : http://celiac-disease.com</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=417' rel='bookmark' title='Permanent Link: Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag'>Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=691' rel='bookmark' title='Permanent Link: ป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวอินทรีย์'>ป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวอินทรีย์</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=607' rel='bookmark' title='Permanent Link: Export Thai Pathumthani Fragrant Rice'>Export Thai Pathumthani Fragrant Rice</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=693</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป้องกัน และกำจัดแมลงในนาข้าวอินทรีย์</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=691</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=691#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Nov 2011 08:33:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[Organic rice]]></category>
		<category><![CDATA[organic rice thailand]]></category>
		<category><![CDATA[rice organic thailand]]></category>
		<category><![CDATA[thai organic rice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=691</guid>
		<description><![CDATA[บุญส่ง อังคาศัย ทำนาเกษตรอินทรีย์ จำนวน 25 ไร่ พันธุ์ ข้าวหอมปทุม 80 ทั้งหามด 22 ไร่ และข้าว เหนียว คือ ข้าวหอมมะลิ อีก 3 ไร่ ทำเป็นเกษตรอินทรีย์ไม่อาศัยสารเคมี และ ในส่วนของแปลงผักและสมุนไพร ดังนี้ กระเพราะ โหรพา แมงลัก ได้รับ มาตรฐาน GAF ปลูกรวมกันประมาณ 2 งาน เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพ เป็น หลัก และปุ๋ยน้ำทางใบ สารไล่แมลง โดยไม่มีสารเคมีประสมอยู่เลย ทำให้ประหยัด ต้นทุนในการผลิตและปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย
ปัญหาในการทำนาข้าวแบบอินทรีย์
1. วัชพืช มีจำนวนมาก จะควบคุมในข้าว 1-15 วัน โดยการเข้าในแปลงนา ประมาณ ครึ่งของต้นข้าว แก้ปัญหาโดยพร้อมกับปล่อยน้ำลมควันไม้ไปตามร่องน้ำ จำนวน 5 ไร่ / 1 [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=417' rel='bookmark' title='Permanent Link: Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag'>Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=61' rel='bookmark' title='Permanent Link: Organic Rice Thailand'>Organic Rice Thailand</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=13' rel='bookmark' title='Permanent Link: Thai Mussels make dinner with rice organic'>Thai Mussels make dinner with rice organic</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บุญส่ง อังคาศัย ทำ<strong>นาเกษตรอินทรีย์</strong> จำนวน 25 ไร่ พันธุ์ ข้าวหอมปทุม 80 ทั้งหามด 22 ไร่ และข้าว เหนียว คือ ข้าวหอมมะลิ อีก 3 ไร่ ทำเป็นเกษตรอินทรีย์ไม่อาศัยสารเคมี และ ในส่วนของแปลงผักและสมุนไพร ดังนี้ กระเพราะ โหรพา แมงลัก ได้รับ มาตรฐาน GAF ปลูกรวมกันประมาณ 2 งาน เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพ เป็น หลัก และปุ๋ยน้ำทางใบ สารไล่แมลง โดยไม่มีสารเคมีประสมอยู่เลย ทำให้ประหยัด ต้นทุนในการผลิตและปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย<span id="more-691"></span></p>
<p><strong>ปัญหาในการทำนาข้าวแบบอินทรีย์</strong></p>
<p>1. วัชพืช มีจำนวนมาก จะควบคุมในข้าว 1-15 วัน โดยการเข้าในแปลงนา ประมาณ ครึ่งของต้นข้าว แก้ปัญหาโดยพร้อมกับปล่อยน้ำลมควันไม้ไปตามร่องน้ำ จำนวน 5 ไร่ / 1 ลิตร<br />
2. แมลง เช่น แมลงปีกแข็ง เพลี้ยกระโดด แก้ปัญหา โดยใช้ในสบู่ดำโขลกคั้นเอาน้ำเข้มข้น 1 ลิตร ผสมน้ำบริสุทธิ์อีก 20 ลิตร ฉีดพ่นในแปลงนา</p>
<p><strong>วิธีกำจัดหอยเชอร์รี่ในนาข้าว</strong><br />
1. ทุบให้พอแตก โยนตามแปลงนา<br />
2. นำมาให้เป็ดกิน</p>
<p><strong>การใช้ปุ๋ยสูตร</strong><br />
1. ปุ๋ยคอกจามมูลวัว<br />
2. ปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ<br />
3. ปุ๋ยน้ำสูตรเร่งใบ</p>
<p><strong>สูตรการปรับปรุงบำรุงดิน</strong><br />
1. มูลสัตว์ 5 ส่วน คือ วัว,ไก่,ค้างคาว<br />
2. ใบพืชอวบน้ำ เช่น ผักตบ ผักบุ้ง 4 ส่วน<br />
3. แกลบดิบ 3 ส่วน<br />
4. แกลบดำ 2 ส่วน<br />
5. รำละเอียด 1 ส่วน<br />
6. น้ำหมักอินทรีย์เข้มข้น (EM) 1 ส่วน</p>
<p>นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน น้ำ EM 1 ลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร ลดและคลุกเคล้าให้เข้ากันคลุมด้วยพลาสติกสีดำ หมักทิ้งไว้ 15 วัน คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนนำไปใช้ อัตราส่วนการใช้ นาข้าว 1 ไร่/200 กิโลกรัม</p>
<p><strong>สูตรเร่งการเจริญเติบโตดอกและผล</strong><br />
1. หน่อกล้วย หน่อไม้ ยอดตัวลิง 3 กิโลกรัม<br />
2. กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม<br />
3. น้ำจุลินทรีย์ EM 1 ลิตร<br />
4. น้ำเปล่า 10 ลิตร</p>
<p>นำวัสดุส่วนผสมมาสับให้พอแหลก นำมาคลุกเคล้ากับกากน้ำตาล EM เทลงใส่ นำมาหมักใส่ถัง 20 ลิตร เติมน้ำพอท่วม ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 15 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง น้ำมักเข้มข้น ผสม 1 ลิตร / น้ำ 20 ฉีดพ่นแปลงผักและนาข้าว กากเศษที่เหลือสามารถนำเป็นปุ๋ยหมักต่อได้</p>
<p>ที่มา ข้อมูลการลงพื้นที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันสระบุรี</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=417' rel='bookmark' title='Permanent Link: Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag'>Premium Jasmine Rice 20-Pound Bag</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=61' rel='bookmark' title='Permanent Link: Organic Rice Thailand'>Organic Rice Thailand</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=13' rel='bookmark' title='Permanent Link: Thai Mussels make dinner with rice organic'>Thai Mussels make dinner with rice organic</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=691</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริษัท โตมีมาร์เก็ตติ้ง จำกัด รับสมัครงาน</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=689</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=689#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 08:11:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[รับสมัครงาน]]></category>
		<category><![CDATA[หางานคลอง7]]></category>
		<category><![CDATA[หางานปทุมธานี]]></category>
		<category><![CDATA[โตมีรับสมัครงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=689</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท โตมีมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในเครือ บริษัท โตมี อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารคุณภาพดีมาตรฐานส่งออก ภายใต้แบรนด์สินค้าอย่าง แก้วจินดา บริษัทกำลังเติบโตและขยายงาน จึงต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อมารวมงานโดยเปิดรับสมัครบุคคลากรเข้าร่วมงานกับเรา หลายตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
พนักงานขายเขตภาคใต้
คุณสมบัติ
- เพศชาย ไม่จำกัดอายุ หรือวุฒิการศึกษา
- มีพาหนะเป็นของตัวเอง สามารถเดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดเขตภาคใต้ได้
- เป็นคนในท้องที่ทางภาคใต้ หรือพูดภาษาท้องถิ่นได้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
พนักงานขายเขตภาคกลาง
คุณสมบัติ
- ชาย/หญิง ไม่จำกัดอายุ หรือวุฒิการศึกษา
- มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้สำนักงาน
- มีความกระตือรือร้นในการทำงาน สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
- มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ขยันอดทน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
Safety Officer / เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ
คุณสมบัติ
- จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้านชีวอนามัยและความปลอดภัย
- มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี
- มีความกระตือรือร้นในการทำงาน สามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้
- หากมีประสบการณ์ในด้านโรงงานอุตสาหกรรม จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ
Export Document พนักงานเอกสารฝ่ายส่งออก
คุณสมบัติ
- เพศหญิง อายุไม่เกิน 30 ปี
- วุฒิการศึกษาปริญญาตรี มีประสบการณ์ในตำแหน่งงานอย่างน้อย 1 ปี
- สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี
- มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้สำนักงานอย่างดี
- มีความละเอียดรอบคอบและประสานงานกับผู้อื้นได้อย่างดี
- [...]


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท โตมีมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในเครือ บริษัท โตมี อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารคุณภาพดีมาตรฐานส่งออก ภายใต้แบรนด์สินค้าอย่าง แก้วจินดา บริษัทกำลังเติบโตและขยายงาน จึงต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อมารวมงานโดยเปิดรับสมัครบุคคลากรเข้าร่วมงานกับเรา หลายตำแหน่ง ดังต่อไปนี้<span id="more-689"></span></p>
<p><strong>พนักงานขายเขตภาคใต้</strong></p>
<p>คุณสมบัติ<br />
- เพศชาย ไม่จำกัดอายุ หรือวุฒิการศึกษา<br />
- มีพาหนะเป็นของตัวเอง สามารถเดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดเขตภาคใต้ได้<br />
- เป็นคนในท้องที่ทางภาคใต้ หรือพูดภาษาท้องถิ่นได้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ</p>
<p><strong>พนักงานขายเขตภาคกลาง</strong></p>
<p>คุณสมบัติ<br />
- ชาย/หญิง ไม่จำกัดอายุ หรือวุฒิการศึกษา<br />
- มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้สำนักงาน<br />
- มีความกระตือรือร้นในการทำงาน สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้<br />
- มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ขยันอดทน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย</p>
<p><strong>Safety Officer / เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ</strong></p>
<p>คุณสมบัติ<br />
- จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้านชีวอนามัยและความปลอดภัย<br />
- มีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี<br />
- มีความกระตือรือร้นในการทำงาน สามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้<br />
- หากมีประสบการณ์ในด้านโรงงานอุตสาหกรรม จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ</p>
<p><strong>Export Document พนักงานเอกสารฝ่ายส่งออก</strong></p>
<p>คุณสมบัติ<br />
- เพศหญิง อายุไม่เกิน 30 ปี<br />
- วุฒิการศึกษาปริญญาตรี มีประสบการณ์ในตำแหน่งงานอย่างน้อย 1 ปี<br />
- สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี<br />
- มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้สำนักงานอย่างดี<br />
- มีความละเอียดรอบคอบและประสานงานกับผู้อื้นได้อย่างดี<br />
- มีมนุษยสัมพันธ์ ขยันและอดทน มีความ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย<br />
- มีความกระตือรือร้นในการทำงาน<br />
- มีทัศนคติที่ดีต่องานและมีความยืดหยุ่นสูง</p>
<p><strong>Export Sales / เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายต่างประเทศ</strong></p>
<p>คุณสมบัติ<br />
- Male/Female, Age above 27 years.<br />
- Bachelors or Master&#8217;s Degree in Marketing, Business Management or related fields.<br />
- Experiences in export sales are advantage<br />
- Must be good in chiness. (English and French will be advantage)<br />
- Ability in marketing and sales analysis.<br />
- Knowledge in computer literacy, capable of using Microsoft Office.</p>
<p><strong>ทุกตำแหน่งต้องมีบุคคลค้ำประกัน</strong><br />
เวลาทำงาน วันจันทร์ &#8211; เสาร์ เวลา 8.00-17.00 น</p>
<p>สนใจส่งใบสมัครมาได้ที่ <strong>danaya@toumi.com</strong><br />
หรือโทร <strong>0-2577-3050-1 ต่อ 108 ติดต่อคุณ ดนยา</strong></p>
<p><a href="http://www.toumi.com">http://www.toumi.com</a> / <a href="http://www.toumi.com/marketing">http://www.toumi.com/marketing</a></p>
<p>Toumi Intertrade Company Limited<br />
99 Moo1, Lamlukka-Wangnoi Rd., Klong 7,<br />
Klongluang, Pathumthani 12120 Thailand<br />
Tel. : (66) 2-577-3050-51, (66) 2-577-3160-62<br />
Fax. : (66) 2-577-3052</p>


<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=689</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=687</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=687#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 02:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ส่งออกข้าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=687</guid>
		<description><![CDATA[ศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศไทยนั้น ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์สูงมาก เพราะมีพื้นที่นา ทรัพยากรน้ำ และปัจจัยแวดล้อมทั่วไปเหมาะแก่การทำนา มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวที่ปลูก เกษตรกรไทยคุ้นเคยกับการผลิตข้าวมาหลายศตวรรษ การผลิตข้าวของประเทศไทยในสมัยก่อนเป็นระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ เพราะไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ต่อมาในปัจจุบันถึงแม้จะมีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีต่างๆในนาข้าว แต่ก็ยังมีใช้ในปริมาณน้อย ส่วนเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการผลิตข้าวอินทรีย์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอยู่ในระหว่างการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาโดยจัดเป็นนโยบายเร่งด่วน
จากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีที่เหมาะสมการผลิตข้าวอินทรีย์ที่กล่าวมาแล้วแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร นอกจากผลิตเพื่อส่งออก จำหน่ายนำเงินตราเข้าประเทศแล้ว ยังสามารถขยายการผลิตเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศ เพื่อสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย รวมถึงการลดปัญหามลพิษที่กำลังประสบอยู่ในภาวะในปัจจุบันอีกด้วย
งานวิจัยและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์
พันธ์ุข้าว พันธุ์ข้าวที่ปลูกโดยทั่วไปเป็นพันธุ์ข้าวที่ผ่านการคัดเลือกตามระบบเกษตรเคมี ยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวสำหรับปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ ข้าวที่นิยมใช้ผลิตข้าวอินทรีย์ในปัจจุบันมีเพียง 2 พันธุ์ คือ ขาวดอกมะลิ 105 และ กข 15 ซึ่งสามารถปลูกได้ดีเฉพาะพื้นที่ และอาจก่อให้เกิดการระบาดของโรค แมลงศัตรูข้าวได้ง่าย หากมีการขยายพื้นที่ปลูก จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับการผลิตแบบอินทรีย์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวอินทรีย์ ลักษณะบางประการของข้าวที่ควรคำนึงในการพัฒนาพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ได้แก่ คุณภาพเมล็ดตรงตามความต้องการของผู้บริโภค อายุการเจริญเติบโตเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาลปลูก ให้ผลผลิตดี ในสภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง-ต่ำ ต้านทานโรคแมลงศัตรูที่สำคัญบางชนิดในธรรมชาติ แข่งขันกับวัชพืชได้ดี ระบบรากแข็งแรงมีประสิทธิภาพ
ความอดมสมบรณ์ของดิน การจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดินมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับผลผลิตข้าวอินทรีย์ จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดการดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการใช้วัสดุธรรมชาติบางชนิดทดแทนปุ๋ยเคมี ทั้งในเรื่องของชนิดวัสดุ [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=678' rel='bookmark' title='Permanent Link: ออกข้าว ก.ย.วูบ ข้าวถุงจ่อขึ้นราคา'>ออกข้าว ก.ย.วูบ ข้าวถุงจ่อขึ้นราคา</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=673' rel='bookmark' title='Permanent Link: กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ'>กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=668' rel='bookmark' title='Permanent Link: พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร'>พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศไทยนั้น ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตข้าวอินทรีย์สูงมาก เพราะมีพื้นที่นา ทรัพยากรน้ำ และปัจจัยแวดล้อมทั่วไปเหมาะแก่การทำนา มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวที่ปลูก เกษตรกรไทยคุ้นเคยกับการผลิตข้าวมาหลายศตวรรษ การผลิตข้าวของประเทศไทยในสมัยก่อนเป็นระบบการผลิตแบบ<a href="http://www.kasetorganic.com">เกษตรอินทรีย์</a> เพราะไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ต่อมาในปัจจุบันถึงแม้จะมีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีต่างๆในนาข้าว แต่ก็ยังมีใช้ในปริมาณน้อย ส่วนเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการผลิตข้าวอินทรีย์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอยู่ในระหว่างการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาโดยจัดเป็นนโยบายเร่งด่วน<span id="more-687"></span></p>
<p>จากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีที่เหมาะสมการผลิตข้าวอินทรีย์ที่กล่าวมาแล้วแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ<strong>การผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศ</strong> เพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร นอกจากผลิตเพื่อส่งออก จำหน่ายนำเงินตราเข้าประเทศแล้ว ยังสามารถขยายการผลิตเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศ เพื่อสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย รวมถึงการลดปัญหามลพิษที่กำลังประสบอยู่ในภาวะในปัจจุบันอีกด้วย</p>
<p><b>งานวิจัยและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์</b></p>
<p><b>พันธ์ุข้าว</b> พันธุ์ข้าวที่ปลูกโดยทั่วไปเป็นพันธุ์ข้าวที่ผ่านการคัดเลือกตามระบบเกษตรเคมี ยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวสำหรับปลูกในระบบ<a href="http://xn--12c4bgh0cdc7bzb8do6j9g.blogspot.com">เกษตรอินทรีย์</a>โดยเฉพาะ ข้าวที่นิยมใช้ผลิตข้าวอินทรีย์ในปัจจุบันมีเพียง 2 พันธุ์ คือ ขาวดอกมะลิ 105 และ กข 15 ซึ่งสามารถปลูกได้ดีเฉพาะพื้นที่ และอาจก่อให้เกิดการระบาดของโรค แมลงศัตรูข้าวได้ง่าย หากมีการขยายพื้นที่ปลูก จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับการผลิตแบบอินทรีย์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวอินทรีย์ ลักษณะบางประการของข้าวที่ควรคำนึงในการพัฒนาพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ได้แก่ คุณภาพเมล็ดตรงตามความต้องการของผู้บริโภค อายุการเจริญเติบโตเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาลปลูก ให้ผลผลิตดี ในสภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง-ต่ำ ต้านทานโรคแมลงศัตรูที่สำคัญบางชนิดในธรรมชาติ แข่งขันกับวัชพืชได้ดี ระบบรากแข็งแรงมีประสิทธิภาพ</p>
<p><b>ความอดมสมบรณ์ของดิน</b> การจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดินมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับผลผลิตข้าวอินทรีย์ จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดการดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการใช้วัสดุธรรมชาติบางชนิดทดแทนปุ๋ยเคมี ทั้งในเรื่องของชนิดวัสดุ แหล่งผลิต ปริมาณ วิธีการใช้ และผลกระทบต่อผลผลิตข้าวและสภาพแวดล้อมรวมทั้งการปรับใช้ให้ได้ผลดีและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้การผลิตข้าวอินทรีย์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p><b>การเขตกรรม</b> นอกจากการจัดการด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้ว การวิจัยและพัฒนาด้านเขตกรรม เช่นการเตรียมดิน ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม วิธีการปลูก อัตราเมล็ดพันธุ์ ระยะปลูก การจัดการน้ำ การควบคุมวัชพืช และการจัดการโดยทั่วไป เพื่อให้ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นข้าวทำให้ต้นข้าวที่ปลูกเจริญเติบโตดี สมบูรณ์และแข็งแรง ก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มผลผลิตข้าวอินทรีย์การใช้เครื่องมือ/เครื่องจักรกลในบางกิจกรรมในการผลิตเพื่อทดแทนแรงงาน ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี จึงควรมีการวิจัยและพัฒนาทางด้านนี้เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตข้าวอินทรีย์ที่เหมาะสม</p>
<p><b>ด้านระบบการปลูกพืช</b> ควรมีระบบวิจัยและพัฒนาระบบการปลูกพืชที่เหมาะสมกับการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเน้นระบบการผลิตที่เกื้อกูลการปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน รักษาความสมดุลทางธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์มีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางการผลิตทางการเกษตรแบบยั่งยืนได้</p>
<p><b>การป้องกันกำจัดโรคแมลงและสัตว์ศัตรูข้าว</b> เนื่องจากระบบการผลิตข้าวอินทรีย์หลีกเลี่ยงการใช้สารป้ องกันกำจัดโรคแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวประกอบกับ<strong>พันธุ์ข้าวคุณภาพดี</strong>ที่นิยมปลูกในปัจจุบันไม่ต้านทานโรคแมลงที่สำคัญ นอกจากนี้เทคโนโลยีการใช้สารอินทรีย์จากธรรมชาติในการป้ องกันกำจัดโรค แมลงและสัตว์ศัตรูข้าวยังไม่พัฒนาเท่าที่ควรจึงควรศึกษาวิจัยในด้านนี้ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการป้ องกันกำจัดโรคแมลง และสัตว์ศัตรูข้าวที่เหมาะสมกับการผลิตข้าวอินทรีย์</p>
<p><b>การเก็บรักษาผลผลิต</b> การเก็บรักษาผลผลิตข้าวที่ไม่ถูกวิธีก่อให้เกิดการเสื่อมคุณภาพของข้าวที่เก็บรักษา การสูญเสียผลผลิตข้าวเนื่องจากการทำลายของแมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บมีประมาณ ร้อยละ 4 &#8211; 5 โดยน้ำหนัก จึงมีการใช้สารเคมีป้องกันการทำลายของแมลงในการเก็บรักษาผลผลิตข้าวเพื่อการค้า แต่การเก็บรักษาผลผลิตข้าวอินทรีย์จะหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในโรงเก็บ</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=678' rel='bookmark' title='Permanent Link: ออกข้าว ก.ย.วูบ ข้าวถุงจ่อขึ้นราคา'>ออกข้าว ก.ย.วูบ ข้าวถุงจ่อขึ้นราคา</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=673' rel='bookmark' title='Permanent Link: กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ'>กำจัดเพลี้ยลงนาชะงัดด้วยระบบนิเวศ</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=668' rel='bookmark' title='Permanent Link: พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร'>พัฒนาผลิตข้าวอินทรีย์ 3 องค์กรประสานครบวงจร</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=687</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รับจำนำข้าว เจอน้ำท่วม อ่วมอรทัย</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=685</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=685#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2011 07:18:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รับจำนำข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกข้าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=685</guid>
		<description><![CDATA[กลายเป็นว่าสารพัดนโยบาย “ประชานิยม” ที่พรรคเพื่อไทย “จัดหนัก” ปล่อยออกมากำลังสร้างปัญหาและย้อนกลับมาทำลายเครดิตของตัวเองมากขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลที่นำโดย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากขึ้นทุกวัน เพราะหากสังเกตให้ดีจะพบว่าแต่ละเรื่องที่เริ่มดำเนินการล้วนแต่สร้างปัญหา ทำไม่ได้จริง ถูกวิจารณ์ว่าผลาญงบประมาณ ฯลฯ
เริ่มตั้งแต่นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ในที่สุดก็ทำไม่ได้อย่างที่พูดเอาไว้ เพราะเมื่อมีการปฏิบัติจริงกลับบิดพลิ้ว บิดเบือนอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ถัดมาก็เป็นเรื่อง “รถคันแรก” ที่ตอนแรกจำกัดขอบเขตอยู่ที่รถยนต์ที่ประกอบในประเทศและไม่เกิน 1500 ซีซี แต่เมื่อถูกท้วงติงคัดค้านจากบริษัทรถยนต์ต่างประเทศว่า “กีดกันทางการค้า” ทำให้แข่งขันไม่เป็นธรรม ก็ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่กลายเปิดกว้างให้รถที่ “นำเข้า” และมีแนวโน้มขยายเป็นไม่เกิน 1600 ซีซีก็ไม่มีปัญหา นี่ยังไม่นับเรื่องเสียงวิจารณ์ที่ดังกันขรมว่าเป็นการส่งเสริมให้ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองฟุ่มเฟือย แทนที่จะส่งเสริมให้ก่อสร้างโครงการขนส่งมวลชน สรุปก็คือไม่เห็นความจำเป็น
ส่วนบ้านหลังแรก ก็ถูกตำหนิไม่แพ้กันว่าแท้ที่จริงในรายละเอียดแล้วคนชั้นกลางระดับล่างลงมาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ ตรงกันข้ามกลับไปส่งเสริมให้คนรวยรับกันไปเต็มๆ และที่สำคัญกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในจำนวนนั้นมีธุรกิจในครอบครัวของ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่น บริษัทแอสซีแอสเซทฯ ยังถูกกล่าวหาว่ามี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” จากการขยายราคาจากหลังละ 3 ล้านเป็น 5 ล้านบาท [...]


Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=676' rel='bookmark' title='Permanent Link: สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร'>สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลายเป็นว่าสารพัดนโยบาย “ประชานิยม” ที่พรรคเพื่อไทย “จัดหนัก” ปล่อยออกมากำลังสร้างปัญหาและย้อนกลับมาทำลายเครดิตของตัวเองมากขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลที่นำโดย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากขึ้นทุกวัน เพราะหากสังเกตให้ดีจะพบว่าแต่ละเรื่องที่เริ่มดำเนินการล้วนแต่สร้างปัญหา ทำไม่ได้จริง ถูกวิจารณ์ว่าผลาญงบประมาณ ฯลฯ<span id="more-685"></span></p>
<p>เริ่มตั้งแต่นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ในที่สุดก็ทำไม่ได้อย่างที่พูดเอาไว้ เพราะเมื่อมีการปฏิบัติจริงกลับบิดพลิ้ว บิดเบือนอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ถัดมาก็เป็นเรื่อง “รถคันแรก” ที่ตอนแรกจำกัดขอบเขตอยู่ที่รถยนต์ที่ประกอบในประเทศและไม่เกิน 1500 ซีซี แต่เมื่อถูกท้วงติงคัดค้านจากบริษัทรถยนต์ต่างประเทศว่า “กีดกันทางการค้า” ทำให้แข่งขันไม่เป็นธรรม ก็ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่กลายเปิดกว้างให้รถที่ “นำเข้า” และมีแนวโน้มขยายเป็นไม่เกิน 1600 ซีซีก็ไม่มีปัญหา นี่ยังไม่นับเรื่องเสียงวิจารณ์ที่ดังกันขรมว่าเป็นการส่งเสริมให้ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองฟุ่มเฟือย แทนที่จะส่งเสริมให้ก่อสร้างโครงการขนส่งมวลชน สรุปก็คือไม่เห็นความจำเป็น</p>
<p>ส่วนบ้านหลังแรก ก็ถูกตำหนิไม่แพ้กันว่าแท้ที่จริงในรายละเอียดแล้วคนชั้นกลางระดับล่างลงมาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ ตรงกันข้ามกลับไปส่งเสริมให้คนรวยรับกันไปเต็มๆ และที่สำคัญกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในจำนวนนั้นมีธุรกิจในครอบครัวของ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่น บริษัทแอสซีแอสเซทฯ ยังถูกกล่าวหาว่ามี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” จากการขยายราคาจากหลังละ 3 ล้านเป็น 5 ล้านบาท แต่ล่าสุดเมื่อมีเสียงวิจารณ์ก็ต้องกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ให้บ้านราคา 1-2 ล้านบาทโดยยกเว้นภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 ปี ครอบคลุมถึงบ้านมือสอง เพื่อลดเสียงวิจารณ์ แต่ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 กันยายน ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปให้กระทรวงการคลังกลับไปทบทวนในรายละเอียดใหม่ แต่ประเด็นสำคัญก็คือทำให้ถูกมองว่าแต่ละโครงการที่ปล่อยออกมานั้น “ไม่รอบคอบ” จนต้องมีการแก้ไขกันรายวัน</p>
<p>ทั้ง 2-3 นโยบายดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องเสียรายได้ และนำเงินภาษีของชาวบ้านทั่วประเทศมาจุนเจือคนเพียงกลุ่มน้อย และไม่ได้ประโยชน์อะไร ได้ไม่คุ้มเสีย ประกอบกับในยุคที่บ้านเมืองกำลังประสบกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากภายนอก เช่น ในกลุ่ม “ยูโรโซน” และสหรัฐอเมริกา ทำให้มีเสียงเรียกร้องว่าควรหยุดนโยบายประชานิยมเอาไว้ก่อน แล้วเก็บเงินเอาไว้ในกระเป๋าให้มากที่สุด เพื่อรองรับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตจะดีกว่า</p>
<p>สำหรับปัญหาภายในประเทศที่เผชิญอยู่ตรงหน้าก็คือ ปัญหาอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน และมีทีท่าว่าจะขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เพราะขณะที่ปริมาณน้ำในภาคเหนือ ภาคกลางยังไม่ลด แล้วยังขยายไปในภาคอีสาน ขณะเดียวกัน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเข้าสู่เดือนตุลาคมก็จะเข้าสู่ฤดูฝนในภาคใต้ เข้าฤดูมรสุมจะเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วม ดินถล่มคลื่นลมแรง</p>
<p>มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำเติมเข้ามาอีก ก็ยิ่งสร้างความเดือดร้อนเพิ่มปัญหาให้รัฐบาลต้องแก้ไขเยียวยา</p>
<p>แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา มาตรการในการแก้ปัญหาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้สร้างความประทับใจให้แก่ชาวบ้านได้เท่าใดนัก ส่วนใหญ่ออกมาในลักษณะพื้นๆ ไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้วหากรวมกับนโยบายประชานิยมที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้แล้วถือว่ายิ่งเพิ่มความเสื่อมถอยลงมาได้เรื่อยๆ พิสูจน์ได้จากผลสำรวจความรู้สึกของชาวบ้านทั่วประเทศเมื่อไม่กี่วันก็สรุปในทำนองว่า “ห่วยแตก” มีแต่ภาพลบ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นั่นคือ วันที่ 7 ตุลาคมที่จะถึงนี้ รัฐบาลเตรียมดีเดย์นโยบายสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ “จำนำข้าว” ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งก็ต้องถือว่านี่คือการชี้ชะตารัฐบาลเช่นเดียวกัน เพราะถ้า “ล้มเหลว” รับรองว่าอ่วมแน่ๆ</p>
<p>อย่างที่ระบุเอาไว้ตั้งแต่ต้นก็คือปัญหาน้ำท่วมได้สร้างปัญหาให้แก่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างพอสมควร และที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อโครงการประชานิยมหลักๆ อีกด้วย นั่นก็คือโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า</p>
<p>เพราะเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่ก่อให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่นาข้าวเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าชาวนา “ไม่มีข้าวในมือไปจำนำ” กับรัฐบาล ขณะเดียวกันกำลังมีเสียงเรียกร้องชาวนาในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือจ่ายเงินค่าชดเชยส่วนต่างในเรื่องราคาจากกรณีที่เก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วรวมไปถึงข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อเปลี่ยนแปลงนโยบายจาก “ประกันรายได้” จากรัฐบาลชุดก่อนมาเป็นโครงการ “จำนำ” ในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดมติคณะรัฐมนตรีได้ยอมชดเชยส่วนต่างราคาแบบ “เหมาจ่าย” ให้ไร่ละ 1,437 บาท รวมทั้งชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมเสียหายไร่ละ 2,222 บาท</p>
<p>หากแยกพิจารณาเฉพาะนโยบายจำนำข้าวที่เริ่มมีเสียงท้วงติงมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องการทุจริต บิดเบือนราคาตลาด และที่สำคัญก็คือ ชาวนาไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากบรรดาโรงสี นายทุนที่สมคบกับข้าราชการและนักการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบทเรียนแบบนี้มาซ้ำซาก และในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยใช้นโยบายดังกล่าวก็มีปัญหาไม่ได้แตกต่างกัน ทำให้คราวนี้มีหลายฝ่ายออกมาท้วงติง เริ่มตั้งแต่ สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และล่าสุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็ยังออกมาแสดงความกังวลในเรื่องการทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้รัฐต้องขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท</p>
<p>แต่นั่นไม่เลวร้ายเท่ากับผลประโยชน์ไม่ได้ตกถึงมือถึงชาวนา ซึ่งเป็นระดับรากหญ้าของประเทศ ซึ่งแม้ว่านาทีนี้รัฐบาลไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าต่อไป แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อเรื่องทุจริตและความล้มเหลวก็ตาม อย่างไรก็ดีอีกด้านหนึ่งมันก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะทั้งเรื่องน้ำท่วม และจำนำข้าวมันเกี่ยวโยงกัน เพราะถ้าล้มเหลวก็จบเห่ และเมื่อพิจารณาในภาพรวมดังกล่าวมาทั้งหมดทำให้มีแนวโน้มว่ามันน่าไปทางนั้นเสียด้วย!!</p>
<p>ที่มา ผู้จัดการออนไลน์</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=683' rel='bookmark' title='Permanent Link: จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง'>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=676' rel='bookmark' title='Permanent Link: สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร'>สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=685</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จำนำข้าว ปิดช่องโหว่ต้นตอโกง</title>
		<link>http://www.toumi.com/links/?p=683</link>
		<comments>http://www.toumi.com/links/?p=683#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2011 07:03:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[thai rice organic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคุณภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รับจำนำข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกข้าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.toumi.com/links/?p=683</guid>
		<description><![CDATA[พาณิชย์ จัดประชุมใหญ่ซักซ้อมความเข้าใจทุกภาคส่วน พร้อมรับจำนำข้าว 7 ต.ค.นี้ พร้อมปิดช่องโหว่ต้นตอทุจริต ยัน ข้าวถุงยังไม่ขึ้นราคาตอนนี้แน่ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า ในวันนี้ (28 ก.ย.) กรมจะจัดประชุมเพื่อซักซ้อมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 54/55 โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำทั้งหมดมาร่วมประชุม ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จะมอบนโยบายให้กับหน่วยงานทั้งหมด และจะหารือเพื่อปิดจุดเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตในโครงการ โดยจะดึงกระทรวงมหาดไทย หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมตรวจสอบในจุดรับจำนำข้าวด้วย
สำหรับกรณีผู้ประกอบการข้าวถุงส่งสัญญาณขอปรับขึ้นราคาข้าวถุงอีกครั้งนั้น กรมฯ ได้แจ้งไปแล้ว หากรายใดมีต้นทุนสูงขึ้นจริง ก็เสนอมาให้กรมฯ พิจารณาได้ แต่ก็ยังไม่มีผู้ผลิตแจ้งเรื่องเข้ามา จึงไม่มีการปรับขึ้นราคาในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตข้าวถุงรายใหญ่หลายรายได้กว้านซื้อข้าวเก็บไว้จำนวนมาก ในช่วงที่ราคาข้าวยังไม่สูง ซึ่งสามารถใช้ผลิตข้าวถุงไปได้อีกระยะหนึ่ง ส่วนการทำข้าวถุงธงฟ้า หากราคาข้าวในประเทศปรับขึ้นจริง ก็พร้อมเดินหน้าทำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน
ไทยรัฐออนไลน์


Related posts:ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555
สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร
พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวขาขึ้น ผู้ส่งออกพร้อมรับมือ



Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=676' rel='bookmark' title='Permanent Link: สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร'>สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=621' rel='bookmark' title='Permanent Link: พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวขาขึ้น ผู้ส่งออกพร้อมรับมือ'>พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวขาขึ้น ผู้ส่งออกพร้อมรับมือ</a></li>
</ol>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พาณิชย์ จัดประชุมใหญ่ซักซ้อมความเข้าใจทุกภาคส่วน พร้อมรับจำนำข้าว 7 ต.ค.นี้ พร้อมปิดช่องโหว่ต้นตอทุจริต ยัน ข้าวถุงยังไม่ขึ้นราคาตอนนี้แน่ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า ในวันนี้ (28 ก.ย.) กรมจะจัดประชุมเพื่อซักซ้อมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 54/55 โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำทั้งหมดมาร่วมประชุม ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง<span id="more-683"></span> รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จะมอบนโยบายให้กับหน่วยงานทั้งหมด และจะหารือเพื่อปิดจุดเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตในโครงการ โดยจะดึงกระทรวงมหาดไทย หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมตรวจสอบในจุดรับจำนำข้าวด้วย</p>
<p>สำหรับกรณีผู้ประกอบการข้าวถุงส่งสัญญาณขอปรับขึ้นราคาข้าวถุงอีกครั้งนั้น กรมฯ ได้แจ้งไปแล้ว หากรายใดมีต้นทุนสูงขึ้นจริง ก็เสนอมาให้กรมฯ พิจารณาได้ แต่ก็ยังไม่มีผู้ผลิตแจ้งเรื่องเข้ามา จึงไม่มีการปรับขึ้นราคาในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตข้าวถุงรายใหญ่หลายรายได้กว้านซื้อข้าวเก็บไว้จำนวนมาก ในช่วงที่ราคาข้าวยังไม่สูง ซึ่งสามารถใช้ผลิตข้าวถุงไปได้อีกระยะหนึ่ง ส่วนการทำข้าวถุงธงฟ้า หากราคาข้าวในประเทศปรับขึ้นจริง ก็พร้อมเดินหน้าทำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน</p>
<p>ไทยรัฐออนไลน์</p>


<p>Related posts:<ol><li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=674' rel='bookmark' title='Permanent Link: ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555'>ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=676' rel='bookmark' title='Permanent Link: สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร'>สหกรณ์หนุนตลาดข้าวสาร</a></li>
<li><a href='http://www.toumi.com/links/?p=621' rel='bookmark' title='Permanent Link: พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวขาขึ้น ผู้ส่งออกพร้อมรับมือ'>พาณิชย์มั่นใจราคาข้าวขาขึ้น ผู้ส่งออกพร้อมรับมือ</a></li>
</ol></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.toumi.com/links/?feed=rss2&amp;p=683</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

