ประโยชน์ของน้ำนมข้าว

เข้าชม 1,629 ครั้ง / 20 มี.ค. 62

ประโยชน์ของน้ำนมข้าว

ข้าวอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน คนไทยในทุกภาคก็บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก โดยข้าวที่เราบริโภคส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบที่จำกัด เช่น ข้าวขาว ข้าวกล้อง แป้งข้าว โดยมุ่งการใช้ประโยชน์ข้าวในรูปแบบของแหล่งคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของข้าวเท่านั้น แม้ข้าวมีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์โบไฮเดรต แต่ยังมีองค์ประกอบรองอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ โปรตีน เอนไซม์ โพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่สตาร์ช ออริซานอล และสารสีต่างๆ เป็นต้น ระยะการเจริญของเมล็ดข้าวใช้เวลาประมาณ 25-30 วันหลังออกดอก แบ่งเป็น 3 ระยะ

  • ระยะน้ำนมเริ่มจาก 7-10 วัน หลังออกดอก สามารถสังเกตได้จากของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนมและเปลือกสีเขียว
  • ระยะโดหรือระยะข้าวเม่าเริ่มจาก 14 วันหลังออกดอก โดยของเหลวเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็นก้อนโดนุ่มๆ สีเขียวอ่อน
  • ระยะสุดท้ายเริ่มเมื่อ 21 วัน หลังออกดอก เมล็ดจะเริ่มแน่นขึ้นเปลี่ยนเป็นของแข็งและเจริญเต็มที่ในที่สุด

ข้าวระยะน้ำนมมีอายุระหว่าง 7-12 วัน (ข้าวยาคู) และข้าวระยะข้าวเม่าที่มีอายุระหว่าง 13-19 วันหลังออกดอก ถูกนำมาใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีส่วนช่วยบำรุงกำลังและแก้อาการอ่อนเพลีย เมล็ดข้าวอ่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่ว่าจะเป็นสารฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ กรดฟูรูลิก นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้สูงซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีสารออกฤทธิ์อื่นๆ เช่น เสตียรอล แกมมา-ออริซานอล โทโคฟีรอล และเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD)

มีงานวิจัยพบว่าปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในธัญพืชขึ้นกับระยะของการเจริญเติบโต สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดจะมีปริมาณสูงในช่วงแรกของการเจริญและลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น ได้แก่

โปรตีน: โปรตีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอนไซม์ของเมล็ดข้าวที่ยังเจริญไม่เต็มที่มีปริมาณสูงกว่าเมล็ดข้าวที่พัฒนาแล้วอย่างมาก โปรตีนในข้าวมีความโดดเด่นเนื่องจากเป็นแหล่งของแอมิโนจำเป็น ย่อยได้ง่าย ปราศจากกลิ่นรส เป็นโปรตีนที่ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เมื่อเปรียบเทียบกับโปรตีนจากธัญชาติชนิดอื่น จึงมีความสนใจศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพในข้าวอ่อนซึ่งมีเปปไทด์สายสั้นตามธรรมชาติ ในอนาคตเปปไทด์สายสั้นที่มีในธรรมชาติของข้าวอ่อนตลอดจนเปปไทด์สายสั้นที่ได้จากการผ่านกระบวนการย่อยโปรตีนข้าวจะถูกนำไปใช้เป็นสารเสริมในผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคและเป็นแนวทางในการเพิ่มการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าข้าว
วิตามิน: วิตามินซีและเบตาแคโรทีนมีปริมาณลดลงเมื่อเมล็ดข้าวมีการเจริญมากขึ้นและจะไม่พบเลยในช่วงที่เมล็ดข้าวเจริญเต็มที่แล้ว เมล็ดข้าวที่ยังเจริญไม่เต็มที่เป็นแหล่งของโปรวิตามินเอ วิตามินบี 2 บี 3 และบี 6
การต้านอนุมูลอิสระ: ข้าวอ่อนมีสมบัติการต้านอนุมูลอิสระ (DPPH) สูงกว่าเมล็ดข้าวที่เจริญเต็มที่เกือบ 2 เท่า และสมบัติลดความดันโลหิต (ACE) มากกว่าเมล็ดข้าวประมาณ 3 เท่า ฟีนอลิกที่สำคัญที่พบในข้าวอ่อน ได้แก่ กรดเฟอรูลิก กรดคาเฟอิก กรดพาราคูมาริก และสารในกลุ่มโทโคลพบว่ามีปริมาณมากในข้าวที่ยังไม่โตเต็มที่ แต่แกมมา-ออริซานอลมีในข้าวที่โตเต็มที่มากกว่า โดยการทดลองในหนูพบว่าเมล็ดข้าวอ่อนมีฤทธิ์ทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นต้านอนุมูลอิสระ
ใยอาหารและโอลิโกแซคคาไรด์: ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (เช่น แอราบิโนไซแลน) และโอลิโกแซคคาไรด์ (เช่น ฟรุกโตสและฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์) ที่พบในข้าวอ่อน มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ มีผลกระตุ้นการขับถ่าย การลดระดับคอเลสเตอรอล Low Density Lipoprotein (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งเนื้องอกและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
น้ำนมข้าวเป็นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายเนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหาร ธาตุเหล็ก ไฟเบอร์ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง วิตามินอี โปรตีนและเปปไทด์สายสั้น นอกจากนี้ยังมีไขมันต่ำและมีโปรตีนทีย่อยง่ายไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดความดัน กระตุ้นภูมิคุ้มกันและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูงกว่าเมล็ดข้าว จึงเหมาะที่จะพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพ ได้แก่ เครื่องดื่มสุขภาพจากนมข้าวที่มีการเสริมเปปไทด์จากรำข้าว เป็นต้น

สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ 

โทร 02-577-4174
โทร 081-907-5974

IG: kaewjindarice 

LINE: @Kaewjinda_rice (มี @ ด้วยน้า)

Website: https://www.toumi.com
หรือคลิกเล้ย >>> http://bit.ly/AddLindKaewjinda_rice
#เคล็ดลับคู่ครัว 

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก

https://foodfunfact.com